คู่มือประชาชน อ่านจบใน 10 นาที ปีกพัฒนาเมือง พรรคประชาชน

วิธีอ่านงบท้องถิ่น ฉบับประชาชน

รู้ว่างบ อปท. คืออะไร มาจากไหน ใช้ยังไง และ 7 เทคนิค Hack งบง่ายๆ เพื่อจับจุดน่าสงสัยด้วยตัวเอง

📌 ตัวอย่างและตัวเลขทั้งหมดในคู่มือนี้เป็นกรณีสมมุติ เพื่อใช้ประกอบความเข้าใจในเชิงหลักการและวิธีการวิเคราะห์
1

งบท้องถิ่นคืออะไร มาจากไหน ใช้ยังไง

งบท้องถิ่นคือ "เงินของเรา" ที่ใกล้ตัวที่สุด

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) — ไม่ว่าจะเป็น อบจ. เทศบาล หรือ อบต. — คือหน่วยงานรัฐที่ใกล้ชีวิตประจำวันของเราที่สุด ถนนหน้าบ้าน ไฟส่องสว่าง การเก็บขยะ ศูนย์เด็กเล็ก สนามกีฬา เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ทั้งหมดนี้จ่ายจาก "งบประมาณรายจ่ายท้องถิ่น" ซึ่งแต่ละแห่งมีวงเงินไม่น้อยเลย — สมมุติว่า อปท. ขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ตั้งงบประจำปีไว้ 3,000 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 2,500 บาทต่อประชากร 1 คน

เงินก้อนนี้มาจากไหน

รายรับของ อปท. มาจาก 3 ทางหลัก คือ:

1. รายได้ที่จัดเก็บเอง ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, ภาษีป้าย, ค่าธรรมเนียมและใบอนุญาตต่างๆ
2. ภาษีที่รัฐแบ่งให้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT), ภาษีสรรพสามิต, ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์
3. เงินอุดหนุนจากรัฐบาล เงินอุดหนุนทั่วไป และเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ (เช่น เงินเดือนครู, เบี้ยยังชีพ)

💡 พูดง่ายๆ คือเกือบทั้งหมดมาจากภาษีของพวกเราทุกคน ทั้งทางตรงและทางอ้อม

กว่าจะเป็นงบ ต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง

  1. ฝ่ายบริหารร่าง: นายก อปท. ให้แต่ละกอง/สำนักเสนอความต้องการ แล้วรวบรวมเป็น "ร่างข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี"
  2. สภาท้องถิ่นพิจารณา: สมาชิกสภาที่เราเลือกมา อภิปราย แปรญัตติ และตัด/ลดรายการได้ (ช่วงประมาณเดือนสิงหาคมของทุกปี) — นี่คือด่านตรวจสอบที่สำคัญที่สุด
  3. ผู้ว่าราชการจังหวัด/นายอำเภอเห็นชอบ: แล้วประกาศใช้ เริ่มเบิกจ่ายตั้งแต่ 1 ตุลาคม (วันเริ่มปีงบประมาณราชการ)
  4. ระหว่างปี & หลังจบปี: ฝ่ายบริหารจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุ และเมื่อสิ้นสุดปี ตัวเลข "รายจ่ายจริง" จะปรากฏในเอกสารงบปีถัดๆ ไป — ตัวเลขนี้แหละคือขุมทรัพย์ของคนอ่านงบ
👥 ประชาชนเกี่ยวอะไรด้วย?

ข้อบัญญัติงบประมาณเป็น เอกสารสาธารณะ — อปท. ต้องเผยแพร่บนเว็บไซต์ และเราขอดูได้ตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร การประชุมสภาท้องถิ่นก็เปิดให้ประชาชนเข้าฟังได้ ปัญหาจริงไม่ใช่ว่าข้อมูลเป็นความลับ แต่คือข้อมูล "อ่านยาก" เอกสารหลายร้อยหน้า ตัวเลขนับพันรายการ ไม่มีใครสรุปให้ — นั่นคือเหตุผลที่เราทำ budget.urbannext.online ขึ้นมา

2

เปิดเอกสารงบแล้วเจออะไร: รู้จักโครงสร้างและหมวดงบ

โครงสร้างเอกสารงบ: แผนงาน → งาน → ประเภทงบ → หมวดรายจ่าย → รายการ

ชั้นที่ 1: แผนงาน — เงินไปลงเรื่องอะไร

แผนงานบอกว่าเงินถูกใช้กับภารกิจด้านไหน เช่น แผนงานการศึกษา, แผนงานสาธารณสุข, แผนงานอุตสาหกรรมและการโยธา (ถนน/ก่อสร้าง), แผนงานเคหะและชุมชน (ขยะ/สิ่งแวดล้อม), แผนงานบริหารงานทั่วไป (สำนักงาน) — แค่ดูชั้นนี้ก็ตอบได้แล้วว่า อปท. ให้น้ำหนักกับอะไร เช่น สมมุติว่า อปท. แห่งหนึ่ง ตั้งงบแผนงานการศึกษาไว้ 1,200 ล้านบาท หรือเกือบครึ่งหนึ่งของงบทั้งหมด เพราะมีสถานศึกษาในสังกัดหลายแห่ง

ชั้นที่ 2: ประเภทงบ 6 ประเภท — เงินเป็นค่าอะไร

ประเภทงบ ภาษาบ้านๆ ตัวอย่าง
งบบุคลากร ค่าจ้างคนทำงานประจำ เงินเดือนข้าราชการ, ค่าตอบแทนพนักงานจ้าง
งบดำเนินงาน ค่าใช้จ่ายให้งานเดินได้รายวัน ค่าตอบแทน, ค่าใช้สอย (จ้างเหมา/จัดงาน/อบรม), ค่าวัสดุ, ค่าน้ำค่าไฟ
⭐ งบลงทุน ของใหม่ที่จับต้องได้ อยู่ได้หลายปี ครุภัณฑ์ (รถ, คอมพิวเตอร์, กล้อง), ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง (ถนน, อาคาร)
งบเงินอุดหนุน เงินที่ส่งต่อให้หน่วยงานอื่นไปทำ อุดหนุนโรงเรียน, รพ.สต., ชุมชน
งบรายจ่ายอื่น รายจ่ายที่ไม่เข้าพวก ค่าจ้างที่ปรึกษา, จ้างออกแบบ
งบกลาง เงินส่วนกลางตามภาระผูกพัน เบี้ยยังชีพ, เงินสำรองจ่ายฉุกเฉิน, เงินสมทบกองทุน

จุดที่ควรมองเป็นพิเศษคือสัดส่วน "งบลงทุน": มันคือส่วนที่กลายเป็นของใหม่ให้ประชาชนใช้ ถ้างบบุคลากร + งบดำเนินงานกินไปเกือบหมด แปลว่าท้องถิ่นแทบไม่เหลือแรงพัฒนาอะไรใหม่

ชั้นที่ 3: หมวดรายจ่ายและรายการ — เงินก้อนจริงอยู่ตรงนี้

ในแต่ละประเภทงบจะแตกเป็นหมวด และสุดท้ายคือ "รายการ" — บรรทัดที่ระบุชื่อโครงการกับวงเงินจริงๆ เช่น "โครงการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างถนนสายหลัก … 495,000 บาท" การอ่านงบให้เห็นอะไร ต้องลงมาถึงชั้นนี้เสมอ

คอลัมน์ปี — หัวใจของการอ่านงบ

เอกสารงบที่ดีจะแสดงตัวเลขย้อนหลังหลายปีต่อรายการ แบ่งเป็น 2 ชนิดที่ห้ามปนกันเด็ดขาด:

  • รายจ่ายจริง: เงินที่จ่ายออกไปแล้วจริงๆ ในปีที่ผ่านมา (ข้อเท็จจริง)
  • ประมาณการ: เงินที่ "ขอ" ตั้งไว้สำหรับปีหน้า (ความตั้งใจ ยังไม่เกิดขึ้น)

ช่องว่างระหว่างสองตัวเลขนี้คือเรื่องราวทั้งหมดของบทถัดไป...

3

Hack งบง่ายๆ: 7 เทคนิคจับจุดน่าสงสัยด้วยตัวเอง

⚡ หลักคิดข้อเดียวที่สำคัญที่สุด

อย่าเทียบ "งบปีนี้" กับ "งบปีก่อน" — ให้เทียบ "งบที่ขอ" กับ "รายจ่ายจริง"

ถ้าหน่วยงานตั้งงบเผื่อเกินจริงมาตลอด การเทียบงบต่องบจะไม่เห็นความผิดปกติเลย แต่ รายจ่ายจริงโกหกไม่ได้ — มันคือความสามารถที่พิสูจน์แล้ว
สมมุติว่า อปท. แห่งหนึ่ง: ปีก่อนตั้งงบไว้ 2,500 ล้านบาท แต่จ่ายจริงเพียง 1,900 ล้านบาท (ราว 76%) — แล้วปีถัดไปขอเพิ่มเป็น 3,000 ล้านบาท คำถามแรกที่ควรถามคือ "ปีที่แล้วยังใช้ไม่หมด ทำไมปีนี้ขอเพิ่ม?"

เทคนิคที่ 1

เทียบกับ "จ่ายจริงสูงสุด" ที่เคยทำได้

ถ้ารายการไหนในอดีต 3 ปีเคยจ่ายจริงมากสุดแค่ 1 ล้านบาท แต่ปีนี้ขอตั้ง 5 ล้านบาท (5 เท่าของความสามารถสูงสุด) แปลว่ากำลัง "ขอน้ำล้นแก้ว" ถ้าไม่มีเหตุผลพิเศษอย่างการขยายภารกิจหรือรับโอนงานใหม่

สมมุติว่า: รายการค่าจ้างเหมาบริการจัดระเบียบและอำนวยความสะดวก ปีนี้ตั้งงบ 14.5 ล้านบาท แต่รายจ่ายจริงสูงสุด 3 ปีย้อนหลังคือ 4.2 ล้านบาท (ตั้งงบสูงกว่า 3.4 เท่า)
เทคนิคที่ 2

ตัวเลข "นิ่งสนิท" หลายปีติด

งบที่ตั้งตัวเลขเท่าเดิมเป๊ะๆ ติดต่อกัน 3–5 ปี ทั้งที่รายจ่ายจริงต่ำกว่ามาก มักแปลว่า "ลอกงบเก่ามาตั้ง" โดยไม่ได้ดูว่าหน้างานใช้จริงเท่าไร เป็นการแช่แข็งเงินที่เอาไปทำอย่างอื่นได้

สมมุติว่า: ค่าใช้จ่ายจัดกิจกรรมส่งเสริมเยาวชน ตั้ง 4,500,000 บาทเท่ากันทุกปี 3 ปีติดต่อกัน แต่จ่ายจริงเฉลี่ยเพียง 2.6 ล้านบาท (ราว 58%) ทำให้มีเงินค้างท่อที่ไม่ได้ใช้จริงเกือบ 2 ล้านบาททุกปี
เทคนิคที่ 3

ตั้งงบใหม่โดยไม่มีประวัติเลย

รายการที่ ไม่เคยมีรายจ่ายจริงสักบาทใน 3 ปีย้อนหลัง แต่จู่ๆ ขอเงินก้อนใหญ่ ไม่ได้ผิดในตัวเอง (โครงการใหม่ย่อมไม่มีประวัติ) แต่ยิ่งก้อนใหญ่ ยิ่งต้องมีแผนรองรับชัดเจน

สมมุติว่า: มีโครงการใหม่ที่ไม่มีประวัติเบิกจ่ายมาก่อนรวมกันกว่า 800 ล้านบาท โดยมีโครงการก่อสร้างศูนย์กีฬาชุมชนวงเงิน 85 ล้านบาท คำถามคือ มีแบบรูปรายการ ราคากลาง และแผนบริหารจัดการระยะยาวพร้อมหรือยัง
เทคนิคที่ 4

เลขเฉียดเพดาน 5 แสน

ตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง วงเงิน ไม่เกิน 500,000 บาท ใช้ "วิธีเฉพาะเจาะจง" ได้ — คือเลือกผู้ขายได้เลยโดยไม่ต้องประกาศแข่งขันราคา ดังนั้นรายการที่ตั้ง 450,000–499,999 บาท ควรถูกมองสองครั้งเสมอ ยิ่งถ้ามีหลายรายการลักษณะเดียวกันเรียงกัน อาจเป็นการ "ซอยงบ" เลี่ยงการประมูล

สมมุติว่า: โครงการจัดซื้ออุปกรณ์จับเวลา 492,000 บาท · โครงการจัดซื้อชุดรับรองห้องประชุม 485,000 บาท · โครงการปรับปรุงระบบไฟส่องสว่าง 498,000 บาท — ทั้งหมดเฉียดเพดาน 5 แสนบาทพอดี
เทคนิคที่ 5

เลข "ชิดเลขกลม" ผิดธรรมชาติ

ราคาที่มาจากการสืบราคาจริงมักเป็นเลขไม่กลม การตั้งงบที่ ชิดเลขกลมพอดิบพอดี บ่งชี้ว่าตั้งจากเพดานเงิน ไม่ใช่จากราคาของจริง

สมมุติว่า: โครงการจัดหาระบบคอมพิวเตอร์และกล้องวงจรปิด ตั้ง 4,995,000 บาท (ต่ำกว่า 5 ล้านเพียง 5,000 บาท) สิ่งที่ควรขอดูคือรายการแจกแจงทุกชิ้นพร้อมราคาต่อหน่วย และตรวจดูว่ามีข้อกำหนดล็อกสเปกหรือไม่
เทคนิคที่ 6

โครงการซ้ำๆ ทุกปี ไม่มีวันจบ

โครงการประเภทจัดงาน อบรม แข่งขัน ศึกษาดูงาน ที่ตั้งซ้ำทุกปีด้วยวงเงินใกล้เคียงเดิม ควรถูกถามว่า "ผลลัพธ์ที่ผ่านมาคืออะไร" — ไม่ใช่จำนวนผู้เข้าร่วม แต่คือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง ถ้าตอบไม่ได้ งบก้อนนั้นคือประเพณี ไม่ใช่นโยบาย

เทคนิคที่ 7

ระวังชื่อรายการ "กว้างจนตรวจไม่ได้"

รายการชื่ออย่าง "ค่าใช้สอย" "ค่าจ้างเหมาบริการ" "รายจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งบริการ" ที่วงเงินใหญ่ๆ ไม่บอกเลยว่าเงินจะไปไหน — การที่ตรวจสอบไม่ได้คือข้อค้นพบในตัวเอง สิ่งที่ประชาชนขอดูได้คือสัญญาจ้างและ TOR ย้อนหลัง

สมมุติว่า: ค่าจ้างเหมาบริการทั่วไป ตั้งงบไว้ 3.5 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าที่เคยจ่ายจริงสูงสุดในอดีตถึง 5 เท่า — และชื่อรายการไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าจ้างทำภารกิจอะไร

เจอแล้วทำอะไรต่อ?

ธงที่ดีต้องมีครบ 3 ส่วน:
1. ตัวเลขที่ผิดปกติคืออะไร → 2. ทำไมถึงผิดปกติ → 3. ต้องขอเอกสารอะไรมาพิสูจน์

จากนั้นช่องทางของประชาชนคือ ส่งคำถามให้ ส.อบจ./ส.ท. ในเขตของเราใช้อภิปรายในสภา, ยื่นขอข้อมูลตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร, หรือแชร์ข้อค้นพบสู่สาธารณะพร้อมตัวเลขอ้างอิง

ข้อเตือนใจ: ยุติธรรมทั้งสองทาง

ตัวเลขผิดปกติ ไม่เท่ากับ มีการทุจริต หลายรายการมีคำอธิบายที่ชอบธรรม เช่น การรับถ่ายโอนภารกิจใหม่, โครงการใหม่ที่เพิ่งเริ่ม หรือการปรับโครงสร้างภายใน

และอย่าลืมบันทึกจุดแข็งด้วย — รายการที่ปรับลดงบตามการใช้จริง หรือประมาณการที่แม่นยำ ก็มีอยู่จริงและควรได้รับเครดิต

⚖️ ข้อสังเกตทั้งหมดจากการอ่านงบ เป็นประเด็นสำหรับตั้งคำถามในกระบวนการพิจารณางบประมาณตามปกติ มิใช่ข้อสรุปว่ามีการกระทำผิด

พร้อมลองวิเคราะห์งบท้องถิ่นของคุณเองแล้วหรือยัง?

เริ่มสำรวจงบประมาณรายจ่ายย้อนหลัง 5 ปี พร้อมเครื่องมือค้นหาและวิเคราะห์อัตโนมัติได้ที่นี่

เลือกหน่วยงานเพื่อเริ่มอ่านงบ